ผู้ว่าฯ เมืองกาญจน์สั่ง 14 หน่วยงาน เตรียมรับมือดีเปรสชัน 7 ถึง 9 ต.ค.นี้

เป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับ พายุดีเปรสชัน ที่กำลังก่อตัวขึ้น และเข้ามาไทยแน่นอนแล้ว ทางด้านผู้ว่าฯเมืองกาญจน์ สั่ง14หน่วย รับมือเปรสชัน หวั่นท่วมฉับพลัน วันที่ 7 ต.ค.2563 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีโทรสารในราชการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ด่วนที่สุด โดยระบุว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)

แจ้งว่าได้ติดตามสภาวะอากาศและปัจจัย กอปรกับกรมอุตุนิยมฯ ได้มีประกาศฉบับที่ 2 (191/2563) ลงวันที่ 6 ต.ค. เวลา 11.00 น. แจ้งว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนใต้ และจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตนบน ในวันที่ 8 ต.ค.นี้

รวมทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีวาตภัยเกิดขึ้นบางพื้นที่ ปริมาณฝนสะสมอาจทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย โดยจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2563

ดังนั้น เพื่อเป็นการตรียมพร้อมรับสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป้าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ซึ่งจะมีผลกระทบระหว่างวันที่ 7-9 ต.ค.นี้ จึงขอให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1.แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก ปริมาณฝนตกสะสม โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง พื้นที่ลาดเชิงเขาอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ด่วนที่สุด ที่กจ 0021/ว21 ลงวันที่ 31 ส.ค.2563

2.วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สภาวะอากาศ ปริมาณฝน และปัจจัยสภาพความเสี่ยงในพื้นที่ เพื่อประสานและบูรณาการหน่วยงาน เครือข่าย จิตอาสา ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุ รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมปฏิบัติงาน บรรเทาภัย อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในทุกช่องทาง ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน

3.ให้อำเภอแจ้งเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ดำเนินการตามข้อสั่งการข้างต้นด้วย และหากมีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนจากพื้นที่อันตรายดังกล่าวแล้ว ให้ขี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นที่ต้องอพยพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และดำเนินการอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย

4.หากมีแนวโน้มการเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความ ช่วยเหลือเบื้องต้นให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ทราบภายใน 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อันตรายเตรียมรับมือกับ พายุดีเปรสชัน ที่อาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันได้