มิสแกรนด์ 2020 ตอบคำถามฟาดรัฐบาล

เรียกได้ว่าเข้มข้นขึ้นทุกปีสำหรับการประกวดนางงาม ที่เริ่มมีแนวคิดใหม่เข้ามาสู่วงการนางงามมากขึ้น เช่น ความหลากหลายของคำว่าสวย ที่ไม่ขึ้นอยู่กับสีผิว หน้าตา แบบพิมพ์นิยมอีกต่อไป แต่การประกวดนางงามเป็นตัวแทนและสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้าในทางเพศที่ผลักดันความเท่าเทียมในอีกทางหนึ่ง


น้ำ พัชรพร มิสแกรนด์ระนอง 2020


คว้ามงฯ ระดับประเทศได้สำเร็จ

นอกจากนั้นการประกวดนางงามยังเป็นความหวังของประเทศในการสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคม และหาตัวแทนของประชาชนเพื่อพูดแทนคนที่เสียงเบากว่าอย่างแฟนๆ ของพวกเธอ ซึ่งปีนี้ เวทีมิสแกรนด์ก็ได้สร้างความตกตะลึง ระคนปลื้มใจให้กับแวดวงแฟนนางงาม ที่คำถามและคำตอบเกี่ยวกับการเมืองถูกเปิดกว้างมากขึ้น ความเห็นต่างถูกยอมรับและถกเถียงได้แล้วบนเวทีที่ประชันมากกว่าความสวย


ด้วยความกล้าในการแสดงออกความเห็นทางการเมือง


สปีชที่ครองใจคนทั้งเวที และแฟนนางงามทางบ้าน

เพื่อนนางงามให้การสนับสนุนอย่างดี

ซึ่งน้ำ พัชรพร ตัวแทนนางงามจากระนอง ได้คว้ามงฯ มิสแกรนด์ระดับประเทศในปี เพราะคำถามที่ตอบได้ฟาดรัฐบาลสุดๆ ว่า “จากใจนะคะ ขอเลือกฝ่ายค่ะ เพราะเรามีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็น ที่จะเลือกสิ่งที่ที่ดีสุดให้กับประเทศชาติของเรานะคะ มากกว่านั้นอยากจะบอกรัฐบาลด้วยนะคะ “ If you calling this country as the THAILAND, We need the real democracy, and moreover, we need you to get out of the country. Thank you”


ชุดประจำจังหวัด อลังการสมได้รับมง


ผิวสีสวยมาก

พาสังคมนางงามก้าวข้ามความสวยแบบเดิมๆ

ด้วยคำตอบนี้เองที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในสังคมขึ้น เกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง และการแสดงความเห็นของน้ำว่าสมควร ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการตอบคำถามในประเด็นนี้ไม่มีผิดหรือถูก เพราะ “หากคุณเรียกประเทศนี้ว่าประเทศไทยพวกเราในฐานะประชาชนต้องการประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ และมากกว่านั้นคือ เราต้องการให้คุณออกจากประเทศนี้”


เดี๋ยวนี้นอกจากสวยแล้ว การความคิด มีทัศนคติที่กว้างขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ


นางงามเป็นตำแหน่งที่มากกว่าการยิ้มและโบกมือ

หลังจากกลายเป็นไวรัล สาวน้ำได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับคนที่ไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนในสิ่งที่เธอ แฟนคลับรัฐบาลรุ่นใหญ่ กลุ่ม กปปส.ไม่พอใจ ต่างตั้งโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รูปร่าง หน้าตา และสีผิวของเธอ ในแง่ลบ ซึ่งนามงามจากเวทีมิสแกรนด์ ก็ได้ออกมาให้ความเห็นว่า

น้ำไม่โกรธคนที่เห็นต่าง เพราะประชาธิปไตย สิ่งนี้คือเรื่องปกติ

“นี่มันปี 2020 แล้ว หมดยุคจะมาบูลลี่เรื่องหน้าตาสีผิวกันแล้ว คำพูดพวกนี้ไม่สมควรมาอยู่บนอินเตอร์เน็ตแล้ว เพราะเราอยู่ในโลกที่ศิวิไลซ์แล้ว ควรจะข้ามผ่านคำพูดพวกนั้นไปได้แล้ว เธอต้องการเป็นกระบอกเสียงที่เป็นกระบอกเสียงจริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดว่า ‘ฉันจะเป็นกระบอกเสียงนะ’ เพราะฉะนั้นในเมื่อมีโอกาสพูดเธอก็ต้องพูด ส่วนที่โดนฝ่ายเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์เธอก็ยินดีรับฟัง เธอรู้ดีว่าทุกครั้งที่เราพูดอะไรออกไป ย่อมมีฝ่ายที่ไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับเราเสมอ เพราะนี่แหละคือประชาธิปไตย”