ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด

เป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงสมัยก่อน ดาราห้ามมีแฟน เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร ปุ๊ ก่อนช่วงปี 2520 แต่ก่อนนั้นลงไป ตอนเราเข้าวงการใหม่ ๆ ในยุคนั้นนักแสดง จะมีแฟนไม่ได้ เพราะว่าคนดูเขามีความรู้สึกว่า เขาเป็นเจ้าของนักแสดง ใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ฉันรักของฉันอะไรแบบนี้


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด

ถ้ามีแฟนเมื่อไหร่คือตกทันที ไม่ชอบไม่ได้เลย เขาจะโกรธมาก อย่างที่บอกว่าดาราห้ามมีแฟน พอมาถึงยุคเรา คือต้องบอกว่าเราเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง คิดว่าเราทำเราไม่ผิด เราไม่ได้ไปขโมยสามีใครมา แล้วเขาก็ไม่ได้ขโมยเรามาจากใคร ถ้าจะให้เราเลือก ระหว่างการแสดงที่มีเงินให้เราเป็นล้านๆ กับการที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนั้นเราคิดว่าเราเลือกครอบครัว เพราะเราคิดว่าคนคนนี้เป็นคนที่เราเลือกแล้ว แล้วสามารถที่จะนำพาเราไปข้างหน้า ได้อย่างดี เพราะฉะนั้นเราก็ค่อนข้างดื้อ แล้วสมัยนั้นจะมีการเซ็นสัญญากับต้นสังกัด นางเอกจะทำอะไรไม่ได้เลย ต้นสังกัดจะดูแลแบบไข่ในหินมาก ก็เลยต้องแอบมีแฟน ตอนแรกเราไม่ชอบนะ เกลียดเขาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาแพ้ความดีเขา เพราะเขาดูแลเราดีมาก เราถ่ายละครเสร็จตี 3 เขาก็มารอรับไปส่งบ้าน ไปต่างจังหวัดก็ไปขับรถให้ ตอนนั้นเราก็รู้สึกอบอุ่น ตกหลุมรัก สุดท้ายก็แอบหนีไปแต่งงานกันต่างจังหวัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด

คิดว่าในเมื่อมันเรื่องมากนักก็แต่งงานกันซะเลย ก็อยู่กัน 20 ปีได้ ช่วยกันทำงาน สร้างชื่อเสียงมาด้วยกัน คือสมัยก่อนตอนที่เราทำงานอยู่ด้วยกัน ก็เป็นนางเอกด้วย แล้วเขาก็เป็นผู้อำนวยการสร้าง เราสร้างหนังกันเอง หลาย ๆ คนจะรู้จัก “กำธร ปิยะมาศ” กลายเป็นชื่อกับนามสกุลไปเลย แล้วก็ไม่มีใครคิดว่าเราจะแยกทางกัน อยู่ ๆ วันหนึ่ง คือมันก็มีปัญหาว่า คือเราไม่โทษใคร มันเป็นเรื่องที่อาจจะพลาดกันได้ เขาก็มีครอบครัวใหม่อีกครอบครัวนึง ก็เลยเลิกกัน แยกกันอยู่ เวลาไปถ่ายละครก็ต่างคนต่างไป แล้วก็ไม่ได้บอกใคร ว่าเรามีเรื่องกัน


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด

หลังจากนั้นก็กลายเป็นที่สงสัย คือคนเราสองคนอยู่ด้วยกันนาน ๆ แค่มองตากันก็รู้แล้วว่ามันมีอะไรบ้างที่ผิดปกติไป อันนี้คือเรื่องจริง เพราะว่าอยู่กัน 20 ปี ลักษณะของอาการบางอย่างมันก็จะบอกได้เอง ปัจจุบันวัย 69 ปี แสวงหาความสุขใจด้วยการทำกิจกรรมกับกลุ่ม คนร่วมทาง ชีวิตตนเองทุกวันนี้รู้สึกเบาลงเยอะ ตอนที่ยังไม่หันมาทำงานจิตอาสาแบบนี้ก็ทำบุญตามปกติที่เคย ๆ ทำมาอยู่เสมอ แต่เมื่อมาร่วมกิจกรรมปิดทององค์พระแบบที่วัดนี้ ก็ทำให้เรารู้สึกว่าใช่เลย เป็นการทำบุญที่ดีที่สุด สัมผัสด้วยตัวเราเองนี่แหละดีที่สุด ไม่ใช่เป็นสิ่งที่คนอื่นบอกเรา มาพบเห็นกลุ่ม คนร่วมทาง เขาออกไปทำประโยชน์ให้วัดต่างๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่ตนชอบ ตนบอกตรงๆ ตอนนี้มีบ้านสามหลัง แต่อยู่จริงๆ ก็แค่หลังเดียว วัดก็เปรียบเหมือนบ้านหลังที่ 2 เช่นกัน


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด


ชีวิตล่าสุด ปุ๊ ปิยะมาศ เหลือตัวคนเดียวขอเลือกอยู่วัด