ผอ.ศูนย์บางซื่อ เปิดกลโกงขายคิววัคซีน นับหมื่นคิว

เป็นอีกข่าวที่กระแสค่อนข้างได้รับการตอบรับจากประชาชนล้นหลามผอ.ศูนย์บางซื่อฯ เผย พบมีการการทุจริ ตลงทะเบียนวั คซีนโ ควิด-19 กว่าหมื่นคิว โดยสามารถรวบรวมผู้ทำนัดโดยทุ จริ ตนี้ได้มากกว่า 300 คน ในขณะนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการสอบสวน เบื้องต้น กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดจนจิตอาสา ทั้ง 19 คนนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อวานนี้ 1 ส.ค. 64 แพ ทย์หญิง มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง และ ผอ.ศูนย์ฉี ดวั คซีนกลางบางซื่อ ได้ออกแถลงแฉ ขณะนี้ พบว่ามีการทุ จริ ตลงทะเบียนวัคซี นโ ควิด-19 กว่าหมื่นคิว ที่ศูนย์ฉี ดวั คซีนกลางบางซื่อ และทราบว่า ผู้ที่ทำเป็นคนใน ที่รู้ข้อมูลการอัพโหลด และรู้ช่วงเวลา 4 ทุ่มกว่า

ยืนยันว่า ไม่ใช่การแฮคระบบ แต่เป็นการใช้สิทธิ์ที่มอบให้กับเจ้าหน้าที่ จิตอาสา โดยมิชอบ ซึ่งทางศูนย์ ได้เปิดสิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน กว่า 300 คน ทำให้เกิดช่องโหว่ มีจิตอาสาบางคน ซึ่งพบผิดปกติ 19 login (คน) โดยใน 8 ราย แค่เคส 2 เคส แต่ใน 11 ยูสเซอร์ มี 4 ยูสเซอร์ ที่อัพหนัก ๆ วันละ 4-5 ร้อยรายชื่อ ซึ่งโหลดในเวลา 4 ทุ่มกว่า ๆ ซึ่งได้แจ้งความเป็นผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว

พบว่า มีความเสียหาย กับค่ายมือถือ ทรู เนื่องจากในเป็น Users จิตอาสา ที่ค่ายทรู จ้างเอ้าท์ซอร์สมาช่วยงานกับทางศูนย์ และก็ตรงกับที่มิจฉาชีพได้แจ้งรายละเอียด ให้ผู้ที่มาฉี ดวั คซีน เข้าที่ประตู 4 ซึ่งเป็นประตู ที่ค่ายทรู ให้บริการ พร้อมขอชี้แจงว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากทรู แต่เป็นผู้ที่ถูกจ้างมาทำงานจิตอาสาอีกที นอกจากนี้ พบช่องโหว่ทางเทคนิค อีกประเด็นคือ การเปิดเครื่องคาทิ้งไว้ ทำให้มิจฉาชีพ ทำ vpn จากที่บ้าน มาดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯ ได้มีการเฝ้าระวังตลอดจนเก็บข้อมูลเชิงสถิติทั้งสำหรับการทำงานที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานในแต่ละวัน ตลอดจนตรวจสอบภาระงานที่ต้องทำในอนาคตอยู่เสมอ จึงทำให้ตรวจพบความผิดปกติในการนัดหมายล่วงหน้าที่คาดว่าอาจจะมีการทุ จริตเกิดขึ้น โดยได้ตรวจพบความผิดปกติ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ที่พบพิรุธหลักๆ 2 ประการคือ

ประการแรก พบว่า มีจำนวนการนัดล่วงหน้าสูงกว่าปกติที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้นำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล โดยเริ่มพบตัวเลขผิดปกติในหลักสิบในช่วง วันที่ 20-27 กรกฎาคม และเพิ่มจำนวนนัดมากกว่าปกติเป็นหลักพันในวันที่ 28-31 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดรับการบริการแบบ walk-in ส่วน

ประการที่ 2 เป็นความผิดปกติของช่วงเวลาในการ upload ข้อมูลการนัดล่วงหน้าเข้าสู่ระบบ โดยพบว่า ในช่วงสัปดาห์ดังกล่ าวซึ่งทางศูนย์ฯ ได้งดรับการนัดล่วงหน้าจากองค์กรภายนอกเกือบทั้งหมด(ยกเว้นบางหน่วยงาน เช่น การนัดของกระทรวงต่างประเทศซึ่งได้ส่งนัดหมายการฉี ดวั คซีนสำหรับผู้สูงอายุต่างชาติวันละประมาณ 400 คนเท่านั้น) และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลา 18.00 น. ของแต่ละวันแล้ว

แต่พบว่ายังมี Upload ส่งข้อมูลนัดหมายล่วงหน้าอีกในเวลาหลัง 22.00 น. ของทุกวันอยู่อีก ประกอบกับทางศูนย์ฯ ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการซื้อขายเพื่อรับคิวการฉี ดวั คซีนจากประชาชนเป็นจำนวนมากพอสมควร จึงได้ทำการตรวจสอบและพบว่า มีการเพิ่มจำนวนนัดล่วงหน้าโดยทุ จริตจาก Users 19 login ซึ่งอยู่ในกลุ่มจิตอาสาที่ได้รับการเพิ่มสิทธิในการนำเข้า/แก้ไขข้อมูลผู้รับบริการในช่วงเปิดบริการแบบ walk-in

ทางศูนย์ฉี ดวั คซีนกลางบางซื่อ จึงได้วางแผนจับกุมเพื่อสืบให้ได้ถึงผู้กระทำผิดรายใหญ่/ทั้งหมดนี้ โดยดำเนินการในวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่มีคิวนัดล่วงหน้าเพิ่มมากกว่าปกติกว่า 2,000 คน ทางศูนย์ฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ขุดบ่อล่อปลาให้ผู้ที่ซื้อคิวโดยทุ จ ริตเหล่ านี้เดินทางมารับบริการที่ศูนย์ฯ

เมื่อตรวจเช็คแล้วว่าเริ่มมีการลงทะเบียนไปประมาณ 600 คน จากจำนวน 2000 กว่าคนนั้น ทางศูนย์ฯ จึงแจ้งยกเลิกคิวการฉีดของทั้งสองพันกว่าคนนั้นทั้งหมด เพื่อบีบให้คนเหล่ านี้แสดงตัวขอความช่วยเหลือ/ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ โดยได้จัดสถานที่ไว้เป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งให้ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เข้าไปชี้แจง/ขอความร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของตัวการผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุ จริ ตในครั้งนี้

โดยสามารถรวบรวมผู้ทำนัดโดยทุ จริ ตนี้ได้มากกว่า 300 คน ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินค ดีต่อไปอย่างยิ่ง โดยข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า การซื้อคิวนัดดังกล่ าว มีทั้งซื้อเอง ญาติหรือนายจ้างซื้อให้ และมีการจ่ายเงินทั้งแบบเงินสดและการโอนเงินในอัตรา 400-1200 บาทต่อคิว ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์ฯ ได้รับข้อมูลรายชื่อและเลขที่บัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่ าวแล้ว จึงได้ให้นิติกรกรมการแพ ทย์เป็นผู้แทนในการดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจ สน.นพวงศ์ ในฐานะผู้เสียหายต่อไปแล้ว

ในขณะนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการสอบสวน เบื้องต้น กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดจนจิตอาสา ทั้ง 19 คนนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ขอความร่วมมือกับ

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อสอบสวนหาหลักฐานเชิงลึกและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก EasyYukhon