เผย บันทึกแม่น้องชมพู่ เก็บไว้นานเป็นปีไม่ยอมโพสต์ลงโซเชียล

ยังคงเป็นอีกข่าวที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากต้องอดทนรอมานานกว่า 1 ปีกว่าตำรวจจะเผยข้อมูลสำคัญในการจับตัวคนร้ายที่ใจร้ายพราก น้องชมพู่ หนูน้อยวัย 3 ขวบแห่งบ้านกกกอกไปจากอ้อมอกพ่อแม่ ซึ่งทางด้าน ผบ.ตร.ได้ประกาศชัดเจนว่า เดือนมิถุนายนนี้ เรื่องราวนี้จะถูกคลี่คลายออกมาอย่างกระจ่างชัด พร้อมทั้งตัวคนร้ายที่ประชาชนจับตาว่า มันคือใครกันแน่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้าน นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ได้เปิดเผยบันทึกลับที่ตัวเองได้เขียนเอาไว้ในสมุดหลังจากที่สูญเสียลูกสาวตัวน้อยไปแล้ว 4 เดือน ซึ่งเธอบอกว่า สาเหตุที่ลงมือเขียนบันทึก แทนการพิมพ์ลงโซเชียล เพราะว่าช่วงนั้นเธอถูกกระแสดราม่าโจมตีอย่างหนัก โดยที่หลายคนไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า จิตใจของเธอจะเป็นเช่นไร

โดยในเนื้อหาข้อความนั้นแบ่งออกเป็น 4 หน้า ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละหน้าว่า

– บันทึกหน้าที่ 1 ข้าพเจ้า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา หรือ แม่น้องชมพู่ บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งลูกสาวคนเล็กถูกพรากไปจากอก ด้วยความงุนงงของมนุษย์ทั้งโลกรวมถึงข้าพเจ้าด้วย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ที่ไม่ได้ยินเสียงเล็กๆ ใสๆ ของลูกสาวตัวน้อย ขณะที่ข้าพเจ้านั่งเขียนบันทึกอยู่นี้ เป็นเวลา 2 ทุ่ม 15 นาที ปกติเวลานี้น้องจะขึ้นนอนชั้นบนพร้อมกับพี่สาว

พ่อแม่จะนั่งเล่นใต้ถุนบ้าน เสียงใสๆ ดังมาจากบนบ้าน “แม่ แม่จ๋า ขึ้นเทิง ขึ้นเทิง (เรียกพ่อแม่ขึ้นบนบ้าน) มานอนนำน้อง ไม่ได้ยินเสียงมานานแล้ว ยังคิดถึงลูกเสมอ แก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ไม่ใช่สิเธอเป็นหัวใจของครอบครัวเรา ชมพู่แม่คิดถึงเจ้าหนูน้อย นาทีนี้ข้าพเจ้าไม่สามารถอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวหนังสือได้อีก เพราะม่านตาพร่ามัวมองไม่เห็นเส้นบรรทัด น้ำใสๆ กำลังรวมตัวกันไหลออกมา

– บันทึกหน้าที่ 2 ไม่มีรักใดยิ่งใหญ่เท่ารักจากพ่อแม่ ไม่มีรักแท้มั่นคงได้เท่าสายเลือด ไม่มีความผูกพันธ์ใดไม่ใช้เวลา 3 ปีที่ร่วมทางกันมา มันมีค่าเกินกว่าจะบอกใคร

– บันทึกหน้าที่ 3 ฝากไปให้ แม้ไม่รู้ลูกได้รับหรือเปล่า ฝากไปให้เพื่อผ่อนคลายความโศกเศร้า ฝากไปให้แทนความรักในใจเรา

– บันทึกหน้าที่ 4 ลงวันที่ 10 กันยายน 2563 ใกล้สิ้นสุดแล้วจริงหรือ ข้าพเจ้าขอภาวนาให้สิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้เป็นความจริงด้วยเถิด อยากพ้นจากความทุกข์นี้เสียที วิกฤตชีวิตครั้งนี้หนักหนายิ่งหนัก มีเพียงคำสอนของหลักพระพุทธศาสนาเท่านั้น ที่พอพยุงสติข้าพเจ้าให้มีสมาธิ และความอดทน

ข้าพเจ้าสัญญากับหัวใจตัวเองแล้วว่า ไม่ว่าไอ้สัตว์นรกตนใดก็ตาม ที่มันบังอาจมาทำให้ลูกสาวตัวน้อยของข้าพเจ้า มีแม้เพียงรอยขีดข่วน ข้าพเจ้าไม่มีวันอโหสิกรรมให้เด็ดขาด ซ้ำยังขอสาปแช่งให้ได้รับเคราะห์กรรม ถูกเจ้ากรรรมนายเวรตามล่าอาฆาต เอาชีวิตทุกภพชาติไป