ลงทะเบียนได้เลย โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เหลือ 3.6 ล้านสิทธิ

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่มีคนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่22 มิ.ย. 64 คืบหน้าโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ สิทธิเหลือกว่า 3.6 ล้าน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ในช่วงเช้าของการเปิดรับลงทะเบียนวันแรก วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.

มีประชาชนลงทะเบียนจำนวน 197,689 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. 22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ ผ่านเว็บไซต์ www. ยิ่งใช้ยิ่งได้ .com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ทั้งนี้ ประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน (ลงทะเบียน 1 เบอร์โทรศัพท์ต่อ 1 เลขบัตรประจำตัวประชาชน) อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

ยิ่งใช้ยิ่งได้ ใช้ที่ไหนได้บ้าง มาดูรายชื่อร้าน-ห้างที่ร่วมโครงการกันเลย

หากผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษหรือผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ประสงค์รับสิทธิตามโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิตามโครงการดังกล่าวผ่าน g-wallet บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เท่านั้น ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. โดยถือเป็นการสละสิทธิตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษหรือโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และจะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รัฐบาลจะสนับสนุนเป็นบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e – Voucher) เมื่อประชาชนใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอล ก อ ฮ อ ล์ ย า สู บ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) ผ่าน g-wallet บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 30 กันยายน 2564 เวลา 06.00 น. 23.00 น. โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ www. ยิ่งใช้ยิ่งได้ .com ทั้งนี้

วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e – Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e – Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1 – 40,000 บาทแรก ได้รับ e – Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001 – 60,000 บาท ได้รับ e -Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ e -Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน g – Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ สามารถใช้จ่ายด้วย e -Voucher ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ เช่น ยอดใช้จ่ายของเดือนกรกฎาคมจำนวน 20,000 บาท จะได้รับ e – Voucher ในวันที่ 7 สิงหาคม 2564 จำนวน 2,000 บาท เป็นต้น

ตัวอย่างการคำนวณ e Voucher จากยอดใช้จ่ายรวม 45,000 บาท ยอดใช้จ่าย (บาท) ร้อยละ e – Voucher e Voucher ที่ได้รับ (บาท) 20,000 ร้อยละ 10 x (20,000) 2,000 25,000 ร้อยละ 10 x (20,000) 2,000 ร้อยละ 15 x (5,000) 750 ยอดรวม 45,000 4,750

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้และมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กำหนด ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ร้าน OTOP ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ

ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 06.00 น. 22.00 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www. ยิ่งใช้ยิ่งได้ .com หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 34,315 ราย

โฆษกกระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการช้อปดีมีคืนที่ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ที่ได้ดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปี 2563 (วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563) ดังนั้น ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้