ประวัติหลวงพ่อทองสุข ลทุธเมโธ วัดหนองฆ้อ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

หลวงพ่อทองสุข ลทฺธเมโธ วัดหนองฆ้อ อายุ 82-83ปี 62 พรรษา (ณ ปี พ.ศ.2562) เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่แก้วเกสาโร พระผู้ทรงพุทธาคมแห่งวัดหนองพะวา ผู้คนเริ่มรู้จักท่านเมื่อครั้งพิธีปลุกเสกสีผึ้งพรายแม่ส้มที่วัดระหารไร่ เมื่อครั้งหลวงพ่อทองสุข นั่งอธิฐานจิตปลุกเสกในขณะที่นั่งอยู่นั้นได้เกิดปรากฏการน้ำมนต์เดือด และสายสิญจน์ที่ท่านปลุกเสกอยู่นั้นไม่ไหม้ไฟ ปรากฏการนี้ทำให้หลายคนถึงกับตกตลึงว่าเกจิรูปนี้คือใคร มาจากไหน และหลานคนคนคิดว่าลูกศิษย์หลวงปู่ทิมหลวงปู่แก้ว มีหลวงพ่อสิน หลวงพ่อสาคร เท่านั้นหรือแล้วหลวงพ่อทองสุขท่านมาจากไหน ต้องบอกเลยว่าลูกศิษย์หลวงปู่ทิม หลวงปู่แก้ว ไม่ได้มีเพียงหลวงพ่อสิน หลวงพ่อสาคร เท่านั้นหลวงปู่ทิมท่านยังมีลูกศิษย์ อีกหลายท่านหลายรูปที่เรายังไม่รู้จักทั้งมีชีวิตอยู่และมรณภาพไปแล้วเช่นหลวงปู่โทน วัดเขาคีรีน้อย หลวงปู่ทิมรับเป็นศิษย์เมื่อครั้งจำพรรษาที่วัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลวงพ่อบาง วัดหนองกาน้ำ หลวงพ่อทวน วัดแม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง หลวงปู่เย็นวัดหัวชวด ที่กล่าวมาก็เป็นที่พอรู้จักกันบ้าง และมีบางรูปท่านหลายท่านไม่รู้จักเลย หลวงพ่อทองสุข ลทฺธเมโธ วัดหนองฆ้อ ถือว่าเป็นศิษย์หลวงปู่ทิมหลวงปู่แก้วที่คนรู้จักน้อยมาก เพราะท่านรักความสงบเรียบง่ายสมถะเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยได้เปิดเผยตัวเองท่านไม่ชอบความวุ่นวายและอยู่แบบนี้เรื่อยมา

หลวงพ่อทองสุข ลทฺธเมโธ วัดหนองฆ้อ

หลวงพ่อทองสุข ลทฺธเมโธ เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ นามเดิม ทองสุข นามสกุล ขอบอรัญ เกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2479 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 7 ปี ชวด ท่านเป็นบุตรของโยมพ่ออ่ำ และโยมแม่อวบบ้านเกิดหนองคอกหมู หมู่ที่ 3 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นหมู่บ้านใกล้บ้านค่าย มีหลวงพ่อวงษ์ (อดีต)เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ หลวงพ่อจะตามโยมบิดา มารดาไปทำบุญที่วัดบ้านค่ายอยู่เป็นประจำ ได้และเห็นจริยาวัตรอันงดงามเห็นการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระภิกษุสงฆ์ทำให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธ หลวงปู่สุขท่านมีนิสัยรักความสงบชอบศึกษาเรื่องราวเกี่ยวธรรมมะประกอบกับมีอุปนิสัยรักสันโดษ และท่านยังชอบเรียนรู้สิ่งต่างไม่ทางตำราว่านยา สมุนไพร เรื่องราวเกี่ยวกับลี้ลับต่างตั้งแต่สมัยท่านอายุยังไม่ครบบวช จึงไม่แปลกใจที่ท่านมีความรู้เรื่องราวต่างมากมาย ครั้นเมื่ออายุครบ 21 ปีอายุครบบวชท่านตั้งใจว่า วันหนึ่งเราจะบวชแบบหลวงพ่อวงษ์และศิษย์ของท่าน เมื่อถึงเวลาท่านได้ให้โยมบิดา โยมมารดาพาไปฝากวัดและอุปสมบทเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2500 โดยมีพระครูวิจิตรธรรมนุวัติ (หลวงพ่อลัด )วัดหนองกระบอกเป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระสวัสดิ์ กิตฺตวณฺโณ วัดกระบกขึ้นผึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการสร้อย ถริธมฺโม วัดหวายกรองเป็นอนุสาวนาจารย์ ได้ ฉายา “ลทฺธเมโธ” หลังได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วท่านได้กลับไปจำพรรษาที่วัดหนองพะวา สลับไปปฏิบัติกับพระอุปัชฌาย์ของท่าน (หลวงพ่อลัด)ที่วัดหนองกระบอกได้เรียนรู้สรรพวิชาต่างหลวงพ่อลัดไม่ว่าจะธรรมบาลี ฝึกหัดเรียนอักขระตัวธรรม หัดท่องบทสวดมนต์ พระคาถาต่าง ซึ่งเป็นพื้นฐาน หลวงพ่อทองสุขท่านมีไหวพริบดี สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและยังอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เคยโอ้อวดใครและมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอระหว่างที่ไปสลับไปมา ระหว่างวัดหนองพะวะและหนองกระบอกท่านก็ได้เรียนรู้การฝึกวิปัสสนา ฝึกกรรมฐาน นั่งสมาธิภาวนาอยู่ตลอดเวลาและได้เรียนวิชาต่าง และท่านได้เรียนวิชาจากหลวงปู่แก้ว เกสาโร ไม่ว่าจะวิชาตั้งธาตุ 4 นะ มะ พะ ธะ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นพื้นฐานผู้ที่จะเรียน กสินต่างๆหลวงพ่อทองสุขได้เรียนวิชาหลวงปู่แก้ว ไม่ว่าจะเป็นวิชาสักยันต์ ว่านยาดูฤกษ์ยาม ต่าง การเขียนอักขระเลขยันต์หลวงปู่แก้วได้ถ่ายทอดให้พลวงพ่อทองสุข ยันต์ที่หลวงปู่แก้ว ได้หัดให้หลวงพ่อทองสุขคือยันต์ อิติปิโสแปดทิศ หลวงพ่อทองสุขได้เริ่มหัดเขียนยันต์นี้เป็นยันต์แรกใช้เวลาหลายวันหลวงปู่แก้วจะให้ท่องพระคาถาไปด้วยในขณะที่เขียนยันต์ เพื่อให้เกิดสมาธิและเพื่อให้เกิดพุทธคุณเมื่อหลวงปู่แก้วท่านเห็นว่าผ่านแล้วท่านจึงสอนยันต์ถัดไปหลวงปู่แก้วท่าเคร่งมากหากยังไม่ชำนาญท่านจะยังไม่สอนต่อและระหว่างที่เรียนท่านจะทดสอบอยู่เสมอเมื่อหลวงพ่อทองสุขได้เรียนรู้เกี่ยวกับอักขระเลขยันต์จนชำนาญแล้วหลวงปู่แก้วจึ่งเริ่มหัดให้ท่านสักยันต์ ให้ ยันต์ที่หลวงปู่แก้วสักให้หลวงพ่อทองสุข มีหลายยันต์ เช่นยันต์อิติปิโสแปด ยันต์พุทธเจ้าห้าพระองค์ ยันต์หนุมาน ยันต์สาม การที่หลวงปู่แก้วท่านสักยันต์ให้หลวงพ่อทองสุขนั้นเป็นเครื่องหมายว่ายอมรับการเป็นศิษย์อย่างสมบูรณ์ หลักจากได้รับการสักยันต์จากหลวงปู่แก้วแล้วหลวงพ่อทองสุข ก็เริ่มสักให้ญาติโยมแทนหลวงปู่แก้วในการสักแต่ละครั้งต้องดูฤกษ์ยามอันเป็นมงคลที่สุดแล้วค่อยทำการสักยันต์ ในสมัยนั้นจะมีการสักอยู่สองแบบคือสักหมึกและสักน้ำมันว่าน เมื่อสักเสร็จแล้วหลวงปู่แก้วท่านก็จะมาบรรจุคาถาอาคมให้เป็นอันเสร็จพิธี หลวงพ่อทองสุขท่านอยู่จำพรรษาที่วัดหนองพะวาถึง 5 พรรษา ก่อนที่จะเดินทางไปที่วัดหวายกองและอยู่จำพรรษา 1 พรรษา หลังจากพรรษาหลวงพ่อทองสุขเดินไปที่พักสงฆ์ดอนจันทร์ สมัยก่อนต้องเดินทางด้วยเท้าไม่ค่อยถนนหนทางมีแต่ป่าไม้จำทำให้เดินไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกหนักเมื่อท่านถึงพักสงฆ์ดอนจันทร์ วัดดอนจันทร์ เดิมในสมัยโบราณชาวชาวบ้านเรียกว่า วัดเนินจันทร์ เพราะเป็นเนินเตี้ยๆสภาพพื้นที่เป็นดินทรายละเอียดและมีไม้จันทร์หอมต้นใหญ่อยู่แถวที่บริเวณสร้างวัด ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าวัดเนินนสมัยก่อนนั้นไม่มีรถและถนนหนทางก็ไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบันนี้ ต่างคนก็คิดเห็นความบากจึงตกลงกันสร้างวัดในระยะเริ่มแรกสร้างเป็นกุฎีหลังเล็กๆขึ้นหนึ่งหลังพอเป็นที่พักของพระภิกษุสงฆ์ และได้อาราธนาพระภิกษุมาจากวัดต่างๆรวมทั้งหมด 7 รูป เมื่อเป็นวัดถูกต้องตามระเบียบของทางการแล้ว พระทองสุข ลทฺธเมโธ ได้รับการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปแรกเมื่อพ.ศ.2531 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

ในระหว่างที่หลวงพ่อทองสุขท่านจำพรรษาที่วัดดอนจันทร์ได้ก็ได้ถือโอกาสไปศึกษาเล่าเรียนวิชาจากหลวงปู่ทิมเป็นเวลาหลายพรรษาระหว่างที่ศึกษาวิชากับหลวงปู่ทิมนั้นท่านก็จะได้เรียนจากจากหลวงปู่แก้วอีกด้วยเพราะหลวงปู่แก้วท่านมาวัดละหารไร่อยู่เป็นประจำ วิชาที่ได้เรียนจากหลวงปู่ทิมคือการทำน้ำมนต์ ตำราการปลุกเสก วิชาอักขระเลขยันต์ วิชาแพทย์หลวงพ่อทองสุขท่านชอบศึกษาวิชาด่านสมุนไพรว่านยา ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดมามาจากหลวงปู่ทิมและโยมฆาราวาสน นอกจากท่านไปมากับวัดอยู่พระหากท่านติดขัดเรื่องไหนเมื่อถามหลวงปู่ทิม หลวงปู่ทิมก็จะบอกว่าให้ไปหาหลวงปู่แก้วให้หลวงปู่แก้วบอกสอนแทนท่าน ดั้งนั้นหลวงพ่อทองสุข ท่านจะได้เรียนวิชาจากหลวงปู่แก้วมากกว่าหลวงปู่ทิมเพราะหลวงปู่ทิมท่านมีลูกศิษย์หลายท่านประกอบด้วยท่านมีกิจนิมนต์มากมาขอศึกษาเล่าเรียนวิชาจากท่านในยุคนั้น หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับท่านก็ไปมาที่วัดละหารไร่อยู่เป็นประจำ เพื่อมาศึกษาเล่าเรียนเวทย์มนต์คาถา ตำราต่างๆ จากหลวงปู่ทิม นอกจากได้พบเกจิหลายท่านเช่นหลวงพ่อสินวัดละหารใหญ่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่เสมอ หลวงพ่อทองสุข ท่านคอยติดตามหลวงปู่แก้ว ตลอดเวลาไม่ว่าหลวงปู่แก้วจะเดินทางไปไหนท่านก็ติดตามไปทุกที่เช่นเมื่อครั้งหลวงปู่ทิม หลวงปู่แก้วไปจำพรรษาที่วัดแม้น้ำคู้ ท่านก็ติดตามหลวงปู่แก้ว หลวงพ่อทองสุขท่านมีความจำดีมากในเขต บ้านค่ายจะรู้จักท่านดีเพราะท่านเป็นพระคู่สวดปาฏิโมก ในสมัยนั้นเส้นทางสันจรยังลำบากจะเดินทางไปไหนต้องใช้เวลานานมากถ้าเดินทางไหนไกลๆต้องค้างคืนที่วัดนั้น

หลวงพ่อทองสุขท่านเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านละแวกนั้น และมีศิษยานุศิษย์ทั่วทุกสารทิศ

ประสบการณ์ด้านวัตถุมงคลของหลวงพ่อทองสุข นั้นมีมากมายทั้งทางด้านเมตตาแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายต่างรู้จักท่านลูกศิษย์ท่านมีมากมาย และยังเป็นครูอาจารย์ของหลายเกจิ เช่นหลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย หลวงพ่อนพ วราโภ สำนักปฏิบัติธรรมสวนขนุน ชึ่งได้เล่าเรียนวิชาจากหลวงพ่อทองสุข ล้วนแต่มีประสบการณ์ วัตถุมงคลของท่านนั้น เริ่มสร้างตั้ง ปี 2517 เมื่อครั้งท่านยังจำพรรษาที่วัดดอนจันทร์ ท่านได้จัดสร้างพระสมเด็จเนื้อกระยาสารท รุ่นแรกท่านกดพิมพ์ ด้วยมือท่านเองที่ละองค์และสร้างจำนวนน้อย และได้แจกลูกศิษย์ชาวดอนจันทร์ ไว้บูชาติดตัวสมัยก่อนคนในพื้นที่ศรัทธาท่านมาก และลูกศิษย์ท่านมีหลายกลุ่ม ทั้งวัยรุ่น และโดยนิสัยของวัยรุ่นก็มีความคึกคะนองโดยปกติ เมื่อมีงานวัดก็ไปเที่ยวและเกิดการทะเลาะวิวาทเป็นธรรมดา เมื่อเกิดเรื่องก่อมีการยิงต่อสู้ ระหว่างวัยรุ่น ดอนจันทร์และวัยรุ่นเจ้าถิ่น วัยรุ่นดอนจันทร์นั้นพกพระสมเด็จของหลวงพ่อทองสุข เมื่อวัยรุ่นเจ้าถิ่น ชักปืนยิง 3 นัดแต่กระสุนไม่ออก ทำให้วัยรุ่นเจ้าถิ่นตกใจ ถึงกลับวิ่งหนี ไปตั้งหลัก ในหมู่บ้าน และสืบทราบคู่อริที่ยิงนั้นเป็นชาวหนอกละลอก หลวงพ่อทองสุขนั้นในช่วงต้นปี18 ท่านก็ไปมาระหว่างวัดดอนจันทร์ และวัดละหารไร่ ตลอดและได้มีโอกาสได้เรียนรู้ วิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทิม ท่านได้เดินทางไปพร้อมลุงเนา ในช่วงกลางคืนทุกวัน ไม่แปลกใจที่วัตถุมงคลจึงมีพุทธคุณครบทุกด้าน ทั้งเมตตาและแคล้วคลาด และท่านยังได้ติดตามหลวงปู่แก้ว ไปอยู่ที่วัดแม่น้ำคู้ เมื่อครั้งหลวงปู่แก้ว ปลุกเสกเหรียญ ปิดตาหลวงพ่อทองสุขท่านก็อยู่ในพิธีด้วย ท่านจึงเป็นเกจิอีกรูปหนึ่งที่วัตถุมงคลด้านคงกระพันชาตรี หลวงพ่อทองสุข ท่านไม่ชอบถ่ายรูปจึงไม่คอยมีรูปท่านเพราะท่านมีนิสัยรักสันโดษ และชอบศึกษาความรู้อยู่เป็นประจำ ยิ่งได้ใกล้ชิดครูอาจารย์ อย่างหลวงปู่แก้ว เกสาโร ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาทั้งหมดที่มี ให้และเป็นศิษย์หลวงปู่แก้วไว้ใจ ในทุกเรื่อง ทั้งการสักยันต์ การทำน้ำมนต์หลวงปู่แก้วท่านได้สอนให้หลวงพ่อทองสุข ครบทุกอย่าง และหลวงพ่อนาค วัดหนองพะวา ผู้เป็นศิษย์น้อง หากทางวัดหนองพะวา จัดสร้างวัตถุมงคล เกจิที่ขาดไม่ได้คือหลวงพ่อทองสุข ที่หลวงพ่อนาคต้องนิมนต์ท่านมานั่งปรกอธิฐานจิต เพราะว่าด้วยวิชาอาคม หลวงพ่อทองสุข ท่านเก่งทุกด้าน เรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ ของท่านไม่ใช่แค่วัตถุมงคลของท่าน น้ำมนต์ของท่านก็ศักดิ์สิทธิ์ ไม่แพ้กัน เมื่อครั้งท่านได้มาที่หนองฆ้อ เริ่มจัดตั้ง สำนักสงฆ์ ชาวบ้านมีการเจ็บป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ สามวันดี สี่วันหายและได้หาท่านว่าผีท่านได้ไปเอาขันน้ำมนต์ มาพรมให้อาการผิดปกติก็เริ่มดีขั้น ในช่วงที่ท่านมาอยู่ที่วัดหนองฆ้อ ท่านก็เริ่มจัดสร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น เช่นพระผงสมเด็จ พระผงสมเด็จปรกโพธิ์ และเครื่องราง เช่นตระกรุด เป็นต้น

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันบูชาวัตถุมงคลของท่านเป็นจำนวนมาก และมีประสบการณ์อย่าง คุณอ้น ชาวบ้านหนองฆ้อมีอาชีพขับรถ ส่งของ ต่างจังหวัดอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งได้เดินทางไปส่งสินค้าที่จังหวัด จันทบุรี พร้อมเพื่อนอีกสามคน อีกคนชื่องา ปัจจุบันบวชเป็นภิกษุที่วัดหนองฆ้อ ในขณะเดินทางเกิดฝนตกหนัก ทำให้มองไม่เป็นถนนรถได้เกิดอุบัติเหตุ พลิกควัมลงข้างทางทำให้รถพังเสียหายเป็นอย่างมาก ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์คิดว่าคนที่อยู่ในรถ ตายการหมดเพราะสภาพรถเสียหายมากแต่พอสักพักทั้งสามคนออกมาจากรถไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ชึ่งทำให้ชาวตกใจไม่มีใครเป็นที่อัจรรย์ใจให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์ และมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ ป้าคร ลูกศิษย์หลวงพ่อทองสุข ได้ขับรถไปทำธุระได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักลงข้างทาง แต่ไม่รับอันตรายใดเลยในรถของป้าคร มีพระผงรูปเหมือนหลวงพ่อทองสุข และเหรียญ ฝังพัทธสีมา ติดตัวอยู่ นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพทำสวนมักจะถูกงูกัดอยู่เป็นประจำและสัตว์มีพิษ หลวงพ่อทองสุข จึงได้จัดสร้างพระผงสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อว่าน ผสมว่านกันงู เมื่อชาวบ้านนำไปบูชาติดตัว ไม่มีใครโดนงูกัดอีกเลย ทำให้วัตถุมงคลของท่านหายากเพิ่มมากขึ้น ในการสร้างวัตถุมงคลของท่าน ท่าจะเน้นเรื่องมวลสารมาก เพราะมวลสารทุกอย่างล้วนมีพลังพุทธคุณอยู่ในตัวอยู่แล้วท่านจึงพยายามหามวลสารมาให้ครบตามตำราที่ท่านได้เรียนมา นอกนี้สีผึ่งของท่านยังสิ่งที่ลูกศิษย์หลายคนนำไปบูชา เพราะหลายคนมีอาชีพค้าขาย ก็จะบูชา พุทธคุณนั้นเมตตา เหมือนมนต์นะจัง

คาถาเงินล้านของหลวงพ่อทองสุข ท่องแล้วร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา

#วาระท