หัวออกแม่ แม่หอบลูก 8 เดือนขอความช่วยเหลือ

เป็ยนอีกหนึ่งเรื่องราวที่คนทั้่งประเทศต่างออกความคิดเห็น และให้ความสนใจ ต้องบอกว่า คำว่าแม่นี้ยิ่งใหญ่จริงๆ ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา เพจ ฅนข่าว ต้นปราการ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อไหร่จะหมด CV19 โว้ ยยยย ยิ่งมาเจอเคสนี้ยิ่งสงส ารและสม เพชประเทศไทย ต่อวิ กฤตนี้ 02.53 มีสายโทรศั พท์เข้า ขอความช่ วยเหลือเร่งด่วน โดยแ จ้งกับผมว่า ขณะนี้ บุตรชายวัย 8 เดือน มีอาก ารตัวร้อ นและไ ข้สูง และมีปัญ หาระบบเม็ดเลื อดขา ว เสี่ยงต่อภาวะช็อ กมาก แม่เด็กพาลูกไปที่ ร พ.บางพลีแล้ว แต่ด้วยสถ านก ารณ์ของ โ ควิ ดในรพ.ก็ไม่สู้ดี และมีการประกา ศของดให้บริการผู้ป่วยนอก

เจ้าตัวจึงอุ้มลูกออกจากรพ ไปที่โรงพย าบาลจุฬารัตน์ 3 ทางโรงพย าบาลตรวจเบื้องต้น แจ้งว่าจะต้ องนอนรพ.แต่มีค่าใช้จ่า ยหลักหมื่น ที่ทางแม่ต้องจ่ายเงิน ด้วยควา มไม่มีเงิน อีกทั้งห่วงลูกแ ละกลัวลูกชักและได้รับอั นตรา ยมากกว่านี้ ผมแนะนำไปรพ.บ างบ่อ สุดท้า ยก็ไม่รับผู้ป่วยนอกเช่นกัน จะให้ไป ราม า ก็กลัวจะเสี ยเงินมากไม่พอจ่ายอีก กลา ยเป็นว่านี่พวกเราเข้าสู่ยุ คที่เจ็บไข้ได้ป่ว ย แทบจะหาโรงพย าบาลรักษ าไม่ได้แล้วใช่ไหม? คนจนๆจะไม่ทีที่รักษ าใช่ไหม หากจะรักษาต้อ งรอแล้วรออีกใช่ไหม? เพราะพิ ษโ ควิ ดที่มันทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ใช่ไหม?

แล้วผมจะช่วยเคสนี้ได้อย่างไรเพื่อให้เด็กมีโรงพย าบาลตรวจรักษ าช่วยชีวิตเด็ก คิดในหัวจนน อนไม่หลับ จะติดต่อใครได้ในเวลาตีส ามตีสี่แบบนี้ เขาคงหลับกันหมด โดยเฉพ าะผู้บริหารของโรงพย าบาล ไม่ว่าจะเป็นจุฬารัตน์ 3 หรือโรงพย าบาลบางพลี หากได้คุยเห ตุและผล ผมเชื่อว่า ท่านค งสั่งก ารให้รับรักษ าเคสนี้ เพื่อช่ว ยเหลือเด็กแ น่นอน ลองโ ทรศัพท์ประสาน ไปยัง นพ.พิเช ษฐ พัวพั นกิจเจริญ ผอ.โรงพย าบาลบางพลี สายแรกไม่รั บ ก็เข้าใจว่าเวลานี้มันเป็นเวลา ที่ทุกคนหลับสบ ายกันหมด จะโทรหาผู้บริห ารจุฬารั นต์ ก็เกรงใจ

หาโรงบาลยากมาก

หัวอกคนเป็นแม่สุดท้ายก็ได้โรงบ าล

เอาว่ะ โทรเข้า 1669 ขอคำแนะนำ เผื่อห าทางออกได้ โทรไปก็ได้คำตอบที่ดีและคำแนะนำที่ดี แ ต่ที่ดีกว่าคือสุดท้าย ท่านผอ.รพ.บ างพลี โทรกลับมาห าผมและได้เล่าเรื่องราวให้ท่ านฟัง ซึ่งท่านเองก็ห่วงเด็กเช่ นกันจึงให้ผมประสานมารดานำเด็กกลับไปตรวจที่รพ.บ างพลีโดยทางผอ.จะประส านทางรพไว้รอ เฮ้อสรุปคือต้องขอบคุณทางผอ.รพ.บางพลีที่ท่านมีเ มตตา เคสแบบนี้ผมเข้าใจทั้งสองฝ่า ยนะ ไม่ว่าจะทางด้านรพ.ที่กำลังเผชิญหน้ ากับโ ควิ ดอย่างหนัก

อีกทั้งบุคลากรท างแพทย์ก็เหลือน้อย พอไปเอกชนก็แน่นอนว่าเขาทำตามระบบของเอกชน ส่วน มารด าด้วยความรักและห่วงลูกต่อให้ต้องพาลูกนั่งรถ วนไปเวียนมาก็เพื่อหารพให้รักษา แ ต่ไม่มีรพไหนรับ นี่ไงทีนี้รู้กันยังว่าไ อ้โ ควิ ดมันรุนแรงและส่งผลกระทบกระจ ายวงกว้างไปยังคนไข้รายอื่นอีกม ากมาย สุดท้ายข องน้องหนูน้อยปล อดภัยและกลับมาแข็ งแรงนะครั บ