CV-19 จ่อกลายพัน ธ์ุรุนแ รง ติดง่าย พบติดในไทยแล้ว 6 ราย

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสั ตว์และการจัดการ ศูนย์พั นธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้ให้ข้อมูลผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Virology and Cell Technology Lab – BIOTEC เกี่ยวกับเรื่องไ วรั สสายพั นธุ์อังกฤษเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยระบุข้อความว่า

มีรายงานจากหน่วยงาน CV-19 Genomics (COG-UK) Consortium ของประเทศอังกฤษว่า ไ วรั สสายพั นธุ์ N501Y.V1 หรือ B1.1.7 หรือ สายพั นธุ์อังกฤษ ว่า ไ วรัสเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโนสำคัญที่ตำแหน่ง 484 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นักวิจัยเ ชื่อว่า ทำให้ไ วรัสสายพั นธุ์แอฟริกาใต้สามารถทนต่อแอ นติบอดีจากวั คซีนอย่างน้อย 2 ค่าย คือ NOVAVAX และ Johnson Johnson ได้มากขึ้น ส่งผลให้ค่าประสิทธิผลของวั คซีนในการป้ องกันโร คโ ควิ ด-19 จากไ วรั สสา ยพั นธุ์นี้ไปไม่ถึง 60 %

ไ วรัสส ายพั นธุ์ B.1.1.7 เดิมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่กรดอะมิโนตำแหน่ง 484 นี้ ซึ่งถึงแม้ไ วรัสจะสามารถติดเข้าสู่ร่างกายมนุ ษย์และแพร่กระจายเชื้ อได้มากกว่าสายพั น ธุ์ปกติ แต่ ภูมิคุ้ มกันที่สร้างขึ้นจากวั คซีน (น่าจะทุกค่าย) สามารถจัดการกับไ วรัสสายพั นธุ์นี้ได้ดีถึงดีมาก ทำให้หลายคนเริ่มเบาใจได้ว่าไ วรัสชนิดนี้

น่าจะไม่เป็นปั ญหาใหญ่ถึงต้อง update วั คซีนกันใหม่ในเร็วๆนี้ แต่ข่าวไม่สู่ดีก็มาจนได้ เมื่อไ วรัส B.1.1.7 นี้ เกิดการเปลี่ยนแป ลงที่ตำแหน่ง 484 จาก Glutamate (E) ไปเป็น Lysine (K) เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า E484K ซึ่งเหมือนกันสายพั นธุ์แอฟริกาใต้เลย ทำให้ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ใช่เป็นการสุ่ มเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มันมีนัยะสำคัญทางชี ววิทยาของไ วรั สนี้แน่นอน

นักไ วรั สวิทยาที่มหาวิทยาลัย Cambridge นำโดย Prof. Ravi Gupta ได้ทดลองเอายีนสไปค์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มมานี้ (เรียกว่า B1.1.7 + E484K) ไปเปรียบเทียบกับสไปค์ของสายพั นธุ์อังกฤษแบบเดิม โดยใส่ระบบไวรั สตัวแทน แล้วถามคำถามว่า ซีรั่ มของผู้ที่ได้รับ mRNA vaccine ของ pfizer ที่เคยทราบมาก่อนหน้านี้ว่าจัดการกับไวรั ส B.1.1.7 ได้อยู่หมัด

ยังสามารถจัดการกับตัวที่เปลี่ยนไปได้หรือไม่ ผลที่ทาง Gupta Lab แสดงออกมาชัดว่า แต่ E484K ตัวเดียว สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของโปรตี นสไ ปค์ หนีการจับของแอนติบอ ดีในซีรั่ มได้ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงที่ E484K ชัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของไวรั สเพื่อห นีวั คซีน และ เป็นไปได้สูงว่า เราอาจจะเจอไวรั สที่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งนี้เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ถ้าวั คซีนเริ่มมีการใช้มากขึ้นๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของไ วรัสที่ต้องการอยู่ร อดในสภาวะก ดดันจากภูมิคุ้ มกันของโ ฮสต์

อย่างไรก็ตาม ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูน ย์โร คอุบั ติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Opass Putcharoen เกี่ยวกับโ ควิดส ายพั นธุ์ดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า


ก ลายพั นธ์รุนแ รง

ไ วรัสสายพั นธุ์ UK ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด รายงานของ Scientific Advisory Group for Emergencies meeting (SAGE) ประเทศอังกฤษรายงานเกี่ยวกับชื้ อโควิ ดสายพั นธุ์ UK หรือ B.1.1.7 พบว่าแพร่กระจายติดต่อง่ายขึ้น และตอนแรกรายงานว่าความรุ นแร งของสายพั นธุ์นี้ไม่ต่างจากสายพั นธุ์อื่น แต่รายงานภายหลังจากการรวบรวมข้อมูลของหลายๆ โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักรพบว่าอาจมีอาการรุ นแร งมากกว่าสายพั นธุ์ที่ไม่ใช่ B.1.1.7 สำหรับในเมืองไทย ศูนย์โร คอุบั ติให ม่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตรวจพบสายพั นธุ์ UK 6 ราย

คาดว่าน่าจะพบได้เรื่อยๆ ในชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจากสหราชอาณาจักร และพบในคนไทยที่เดินทางมาจากอังกฤษและประเทศตะวันออกกลางบางประเทศ ดังนั้นในประเทศไทยขณะนี้จึงมีเคส B.1.1.7 ในผู้ที่เดินทางเข้ามายังไม่มีการติดเชื้ อในชุมชนอย่างวงกว้างเหมือนในอังกฤษ อเมริกาและแคนาดา

ตอนนี้ระบบสาธารณสุขด่านหน้าของประเทศไทยสามารถดักไว้ได้ใน ASQ แต่ยังคงต้องมาตรการการป้อ งกันอย่างเข้ มข้น ไม่เฉพาะผู้ที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรเท่านั้น เพราะเริ่มเห็นผู้ป่ วยมาจากประเทศในแถบตะวันออกกลางด้วย

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ Opass Putcharoen, Virology and Cell Technology Lab – BIOTEC

ขอบคุณ เดลินิวส์