เตือนพ่อค้าแม่ค้า ขายพริกเกินราคา เจอโทษหนัก

ช่วงนี้เหล่าแม่บ้านพ่อบ้านเวลาจะไปซื้อพริกที่ตลาดหรือห้างร้าน น่าจะสังเกตเห็นว่าช่วงนี้ราคาพริกแพงเหลือเกิน เนื่องจากทางภาคใต้ที่เป็นผู้ปลูกพริกรายใหญ่ ให้ผลผลิตพริกน้อยลง ซึ่งอาจจะมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.64 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาสถานการณ์ราคาพริกคลี่คลายลงแล้ว หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตและขายออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น และออกมากช่วงปลายม.ค.-ก.พ.2564 ส่งผลให้ราคาพริกปรับลดลงจากเดือน ธ.ค.2563

จากการตรวจสอบราคาจำหน่ายปลีก ณ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าราคาพริกปรับราคาลดลง ทั้งใน ส่วนของปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศ และมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาในภาพรวมมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และเข้าสู่ภาวะปกติแล้วทั้งในส่วนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ มอบพาณิชย์จังหวัดติดตามตรวจสอบภาวะการค้าปลีกพริกอย่างเข้มข้นใกล้ชิด เพื่อกำกับดูแลให้การตั้งราคาขายปลีกพริก สะท้อนต้นทุนที่ผู้ค้ารับซื้อมา และสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตการตลาด และหากผลผลิตพริกยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ให้ดำเนินการเชื่อมโยงพริกจากแหล่งผลิต หรือตลาดกลางเข้าไปจำหน่ายโดยตรงต่อไป

สำหรับโทษหากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จะดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีที่จงใจขายแพงเกินสมควรมีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนหน้านี้ มีข่าวการนำเสนอเรื่องพริกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาปรับสูงขึ้น อยู่ที่เม็ดละ 1 บาท ซึ่งกรมการค้าภายในได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว พบว่าพริกที่จำหน่ายในจังหวัดนครราชสีมาและเป็นที่มาของข่าวเป็นพริกแดงเม็ดใหญ่ โดยราคาที่เป็นข่าวเป็นการนำพริกมาแบ่งบรรจุถุงขายปลีก

ด้านสถานการณ์การผลิตพริก แหล่งผลิตใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชัยภูมิ ซึ่งผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนธ.ค.2563 เป็นต้นมา โดยจากข้อมูลของเกษตรกรผู้ปลูกพริก พบว่า ผลผลิตพริกฤดูกาลนี้ มีปริมาณลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวและแปรปรวน ทำให้มีผลต่อปริมาณพริกและการเจริญเติบโตของเมล็ดพริก