อนุทิน ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก นำร่องปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซฌชียลต่างติดตามและต ้องบอกว่า  สายเขียวมีเฮ ถือว่าเป็น ความคิดืที่ดีมากครับ ล่าสุด อนุทิน’เปิดโมเดล กัญชาบ้านละ 6 ต้น นำร่องปลูกที่บุรีรัมย์ พร้อมเดินหน้าแก้ข้อกฎหมายให้ประชาชนปลูกได้หลังคาเรือนละ 6 ต้นทั้งประเทศ ระบุเป็นนโยบายหลัก“กัญชาเสรีทางการแพทย์” ตั้งเป้าหมายคนไทยสามารถปลูกที่บ้านของตัวเองได้

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมรัฐมนตรี พร้อมน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และข้าราชการการเมือง

เดินทางมาเปิดงาน การปลูกกัญชาโมเดล 6 ต้นนำร่อง ที่บ้านโศกนาก ต.โนนมาลัย อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นจุดแรกของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ให้ประชาชนปลูกกัญชาหลังคาเรือนละ 6 ต้น ตามนโยบายที่ประกาศไว้แล้ว

อ่าน ท้องถิ่นพูด – นครราชสีมา ชาวบ้านสนใจปลูกกัญชา
อ่าน “เขียวไข่กา” เปิดตัวเมนูเด็ดอาหารไทยจากใบกัญชา-รักษาโรค หลังรัฐปลดล็อก
อ่าน งามไส้! จับคาหนังคาเขา ‘พ.จ.อ.’ กำลังล่าสัตว์ เจอซากนกเงือก 7 ตัว ยาบ้า-กัญชา-ปืนเพียบ
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจจากหลายอำเภอ บางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด กันเป็นจำนวนมาก เพื่อมาดูวิธีการปลูก ตำแหน่งและลักษณะของการปลูกเพื่อเอาไปเตรียมความพร้อมของตัวเอง

นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายกัญชาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาล แต่เป็นนโยบายหลัก “กัญชาเสรีทางการแพทย์” ที่จะต้องเร่งดำเนินการ เพียงจะต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ เพราะกัญชายังจัดว่าเป็นยาเสพติด ดังนั้นจะต้องเร่งทำความเข้าใจให้กับประชาชน ให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะมีส่วนในการสนับสนุนพันธุ์กัญชาที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกร รวมทั้งในอนาคตจะช่วยรวบรวมเมล็ดพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อกระจายให้เกษตรกร และผู้ประกอบการด้วย

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จะช่วยอบรมผู้ประกอบการที่ต้องการนำกัญชาและกัญชงไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ และประกอบธุรกิจบริการที่มีกัญชาและกัญชงเป็นส่วนประกอบ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า มีพืชไม่กี่ชนิดที่มีประโยชน์แทบทุกส่วนของลำต้น ซึ่งกัญชาเป็นหนึ่งในนั้น นโยบายดังกล่าว เชื่อว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตขึ้นได้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับชุมชน

ทั้งนี้จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าผู้ที่จะสามารถปลูกกัญชาได้ จะต้องมีการรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งหากกฎหมายผ่านประชาชนที่มีรายชื่อในกลุ่ม จะสามารถปลูกที่บ้านของตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปปลูกรวมกัน โดยจะมี อสม.และผู้นำชุมชน เป็นผู้ดูแลให้ผู้ปลูกอยู่ในกรอบ นายอนุทินกล่าว