งานเข้าลุงพล หลังเจอหลักฐานเด็ด ล่ าสุดพยานขอถอนตัวหมดแล้ว

ยังคงเป็นอีกข่าวที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 5 ก.พ.64 นางส้มโอ (นามสมมติ) เป็นอีกคนที่ได้เข้าเครื่องจับเท็ จไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เข้าเครื่องจับเ ท็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตนก็ได้ยืนยันเหมือนเดิมว่าตนพบเห็นลุงพลบริเวณตีนภูเหล็กไฟในเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. ในวันที่ 11 พ.ค.63

โดยในเวลานั้นชาวบ้านต่างช่วยกันค้นหาน้องชมพู่ที่หา ยตัวไป ตนได้ตะโกนเรียกลุงพล ซึ่งยืนอยู่บริเวณตีนภู ห่างตนประมาณ 5 เมตร เนื่องจากจุดที่ตนยืนอยู่ต้นหญ้าขึ้นรก ตนกลัวว่าตนจะก้าวพล าดและได้รับบาดเจ็ บ แต่ลุงพลไม่ตอบแล้วเดิน หายไป

ซึ่งสีหน้าของลุงพล ณ ขณะนั้น เหม่ อลอย ตนไม่ทราบว่าการเข้าเครื่องจับเท็ จจะสามารถจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสรุปค ดีได้หรือไม่ แต่ตนก็ยังคงมีความหวังว่า อย ากให้จับตัวคนร้า ยให้ได้และปิดคดี และตนอย ากจะถามคนร้ ายว่า ทำทำไม มีจุดประสงค์อะไร

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางนลิน เงินนาม พย านลุงพล เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา หลังจากไปส่งพระเสร็จ ลุงพลก็ขับรถมาส่งตนที่บ้านในเวลา 14.00 น. ตนก็เอาถุงเงาะ ปลาเ ผาไปแขวนที่ใต้ถุนบ้าน

หลังจากนั้นลุงพลและป้าแต๋นก็เดินไปบ้านน้องชมพู่เพื่อร่วมตามหา และจอดรถไว้ที่หน้าบ้านของตน

กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ลุงพลเดินกลับมาที่บ้านและชวนตนออกตามหาน้องชมพู่ที่หมู่บ้านมะนาว ซึ่งตนกับลุงพลก็นั่งรถไปด้วยกันตลอด แต่หาน้องชมพู่ไม่เจอ ก็กลับมาที่บ้านในตอนหัวค่ำ แต่ตนจำเวลาไม่ได้ ซึ่งนั่งกินข้าวร่วมกัน

หลังจากนั้นตนก็ไปช่วยงาน จัดของทำพิธีหมอธรรมที่บ้านน้องชมพู่ ส่วนลุงพลก็แยกออกไปตามหาหลาน แต่ตนก็ไม่รู้ว่าไปทางไหน เพราะเดินขึ้นไปก็แยกกัน กระทั่งเวลา 22.00-23.00 น. ลุงพลก็ย้อนกลับมาที่บ้านตนเพื่อขับรถกระบะกลับบ้านไปพักผ่อน

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าน้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปต ายเองได้ เพราะเขาอยู่ค่อนข้างไกล ตนเป็นผู้ใหญ่ เดินขึ้นเชิงเขาก็เหนื่ อยแล้ว จึงเชื่อว่าเด็กจะเดินไปเองไม่ได้ ตนอย ากให้จับโ จรให้ได้ไว ๆ

เพราะชาวบ้านก็เหนื่ อยกับความวุ่ นวายแล้ว แต่ถ้าทนายตั้มจะมาขอข้อมูล ตนก็ไม่อย ากพูดอะไรอีก เพราะพูดกับตำรวจไปแล้ว

วันเดียวกันนี้ ทีมข่าวยังได้ทดสอบจำลองเดินขึ้นเขา โดยการเดินจากหน้าบ้านนายไชย์พล หรือ ลุงพล ไปสวนย างหลังบ้านพ่อแบม ด้วยระยะทาง 100 เมตร เวลา 4 นาที แต่หากขับรถจากหน้าบ้านลุงพล ไปที่สวนย างหลังบ้านพ่อแบม จะใช้เวลาประมาณ 2 นาที 50 วินาที

จากนั้น ทีมข่าวได้ทดสอบจับเวลาเดินจากสวนย างหลังบ้านพ่อแบม มุ่งหน้าไปที่ตีนเขาภูเหล็กไฟ โดยจะผ่านต้นหญ้าร ก ซึ่งบางจุดจะเป็นหญ้าเพชร สลับกับโขดหินเล็กน้อย โดยจะมีเส้นทางเดินเท้าปรากฏอยู่ให้เห็น

ซึ่งไม่ต้องเดินลัดผ่านป่า มุ่งหน้าไปตามทาง ระยะทางอีก 400 เมตร จะไปถึงบริเวณจุดห้วยบุ่ง รวมระยะเวลา 16 นาที 4 วินาที แต่หากเป็นคนที่ชำนาญพื้นที่ และใช้เส้นทางผ่านป่าหญ้าเพชร จะสามารถลดระยะเวลาและเส้นทางได้มากกว่าที่ทีมข่าวทดสอบ

ขณะเดียวกันทีมข่าวยังได้ทดสอบจับเวลา จากสวนย างหลังบ้านพ่อแบม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟ แต่ใช้เส้นทางด้านล่าง เพื่อไปตามเส้นทางเดิม จุดที่ได้ทดสอบเดิน ออกจากสวนย างหลังบ้านพ่อแบม มุ่งหน้าไปที่ห้วยบุ้ง ระยะทางเดิมคือ 400 เมตร แต่เมื่อถึงช่วงระยะประมาณ 300 เมตร จะต้องจอดรถซ่อ นเอาไว้ในหญ้าเพชร เพราะไม่สามารถขี่รถต่อไปได้

เนื่องจากด้านหน้าเป็นลักษณะโขดหินสูงชัน ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร รวมระยะเวลาทั้งขี่รถมอเตอร์ไซค์และเดินต่อ ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 9 นาที 15 วินาที

ทีมข่าวสังเกตว่ามีชายสวมแว่นดำ เสื้อสีเหลือง ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านลุงพล จึงเข้าไปพูดคุยด้วย พบว่าคือ นายธนกฤต หลาบโพธิ์ สามีผู้ใหญ่บ้านขัวสูง ที่เคยออกตัวว่าจะเป็นพย านให้กับลุงพลก่อนหน้านี้บอกว่า ตนตั้งใจเดินทางมาหาลุงพล เพื่อเจอกับทนายตั้ม เพราะทุกครั้งที่มีทนายเข้ามาช่วยเหลือลุงพล เช่น ทนายรัชพล ทนายโนบิ ตนก็จะถูกชักชวนให้มาเจอ มาคุยในฐานะพย านด้วยกันทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้ยังไม่ได้รับการติดต่ออะไรจากลุงพล ซึ่งไม่รู้ว่าลืมหรือไม่สนใจในตัวเองแล้ว ที่สำคัญตนตั้งใจมาเพื่อจะรอขึ้นเขาไปดูด้านบนภูเหล็กไฟ พร้อมกับพี่ ๆ สื่อมวลชน แม้ว่าจะเคยขึ้นมาหลายครั้ง ซึ่งวันนี้อย ากขึ้นไปพร้อมลุงพล และทนายความ แต่รู้สึกเสี ยใจเล็กน้อยที่เปลี่ยนแผน ไม่ขึ้นวันนี้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเมื่อวานมีการแอ บขึ้นเขาไปก่อนหน้าแล้ว

นายธนกฤต ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มคนที่แอ บขึ้นเขาลักษณะขึ้นไปสำรวจและดูเรื่องเส้นทาง ทั้งเส้นทางสั้นที่สุดและนานที่สุด ตอนขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟใช้เส้นทางปกติ ทางตรงจากสวนย างหลังบ้านน้องชมพู่ แต่ตอนลงผ่านห้วยบุ่งตัดลงมาที่กอไผ่ จุดที่พ่อแบมเห็นชายปริ ศนา จึงมองว่าเรื่องนี้ผิ ดปกติและแป ลก ไม่รู้ว่ามีนัยสำคัญอะไร ซึ่งตนเฝ้าติดตามข่าว และความเคลื่อนไหวลุงพลมาตลอด

ยอมรับว่าระยะหลังลุงพลเปลี่ยนและแป ลกไป ประกอบแสดงอาการเคลี ยดออกมาเป็นระยะ ๆ และในใจเชื่อว่าลุงพลพูดอะไรไม่หมด ดังนั้นถ้าวันนี้ลุงพลมีอะไรปิ ดบัง หรือพูดไม่หมด ตนก็พร้อมจะเดินจากไป ไม่ยืนเคียงข้างอีก ถ้าลุงพูดความจริง ตนพร้อมยืนเคียงข้าง ถ้าลุงป กปิด ตนพร้อมจะห ายไป

ในวันนี้แม้ว่าทนายตั้ม จะเข้ามาที่บ้านกกกอก ตนมองว่าลุงพลก็ยังมีความกั งวล ทั้งเรื่องการแสดงออก การโกนหนวดแป ลก ๆ พูดคุยตะโก นโว้ยวาย แม้แต่ตอนที่ตนเข้าไปทักทายก็ยังดูไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเยอะ

คลิป

ถามคำตอบคำ ตนจึงแยกออกมานั่งอยู่เฉย ๆ ไม่เข้าไปยุ่งหรือขอติดตามไปที่ศ าลจังหวัดมุกดาหาร อย่ างไรก็ตาม ตนในฐานผู้ใหญ่ คนอยู่กับป่าเขา เคยขึ้นภูเหล็กไฟไปเก็บผักหวานบ่อย ๆ ดังนั้นยืนยันอีกครั้งว่า น้องชมพู่ ขึ้นเขาไปต ายเองไม่ได้ ดังสโลแกนประจำตัว Impossible

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว