เราชนะ เตรียมเพิ่มปุ่มทบทวนสิทธิ์ ล่าสุดยอดผู้ลงทะเบียน เพิ่ม 7 ล้านคนแล้ว

หลังจากเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เราชนะเป็นวันแรกตั้งแต่ 29 มกราคม 2564 ก็มีประชาชนสนใจเข้าร่วมลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2564 ที่ผ่านมา น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ “เราชนะ” เป็นวันที่ 2 (30 ม.ค.2564) ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่า ณ เวลา 16.00 น. มียอดผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเพียง 2 แสนคน ประชาชนเริ่มลงทะเบียนลดลงลงจากวันแรก เนื่องจากได้มีการลงทะเบียนกันในวันแรกเป็นส่วนใหญ่และในเป็นวันหยุดราชการ อาจจะเลือกไปลงทะเบียนวันอื่นได้ เพราะกระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. ถึงวันที่ 12 ก.พ.2564

“เมื่อรวมยอดผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เราชนะ ในช่วง 2 วันแรก จะมียอดล่าสุดอยู่ที่ 7 ล้านคน โดยวันที่ 29 ม.ค.2564 ที่เปิดให้ลงทะเบียนวันแรกจนถึงเวลา 23.00 น. มีผู้ลงทะเบียนรวม 6.8 ล้านคน ถือว่าสูงกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าเข้าข่ายจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ก่อนเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้ในวันที่ 8 ก.พ.นี้

น.ส.กุลยา กล่าวต่อว่า ในจำนวนกลุ่มผู้ลงทะเบียนช่วง 2 วันแรกทั้ง 7 ล้านคน จะสามารถตรวจสอบว่าได้สิทธิ์หรือไม่พร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยระบบจะแจ้งชัดเจนในกรณีที่ไม่ได้สิทธิ์ ไม่ได้เพราะอะไร เช่น อายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้มีเงินได้เกิน 3 แสนบาทต่อปี ซึ่งข้อมูลนี้จะโต้แย้งไม่ได้ เพราะเป็นเงินได้ที่ยื่นผ่านกรมสรรพากรเอง อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มที่ไม่ได้สิทธิ์ ยังยืนยันว่าการตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้อง ระบบก็จะมีการเปิด ‘ปุ่ม’ ให้แจ้งทบทวนสิทธิ์อีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ.เช่นเดียวกัน โดยผู้ไม่ได้สิทธิ์ทั้งกลุ่มที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ กลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ สามารถยื่นทบทวนสิทธิ์ได้พร้อมกัน

“ภาพรวมการลงทะเบียนเราชนะ เป็นไปด้วยความราบรื่น เนื่องจากระบบมีการตอบข้อมูลผู้ลงทะเบียนชัดเจน ในกรณีที่กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็จะ ได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือน ให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้งไม่เกินวันที่ 12 ก.พ.2564 เช่น การกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน กรอกชื่อ โดยสลับตัวอักษร และ พยัญชนะ ไม่ถูกต้อง ผู้ลงทะเบียนก็สามารถกลับไปแก้ไขให้ตรงจุดที่ผิดพลาด โดยข้อมูลที่พบว่า ประชาชนกรอกผิดมากที่สุด คือ เลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน ที่มีอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัวและตัวเลข ก็จะกรอกเลขศูนย์ แทนตัวโอ (O) เป็นต้น”