อัจฉริยะ ลุยแจ้ งคว าม ลุงพล สร้างวังพญานาค ในที่ดินบ้านกกกอก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้าพบพ.ต.อ.กฤษณะ สุขสมบูรณ์ รองผบก.ปทส. เพื่อแจ้ งควา มกับนายไชยพล วิภา กับพวก ในฐานความผิ ดตามพ.ร.บ.ป่าสงวน มาตรา14 จากการครอบครองไม้มะค่าแต้หวงห้าม การก่อสร้างวังพญานาค และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ทำให้ป่าสงวนเสื่อมเสี ยสภาพ พร้อมนำหลักฐานพิกัดที่ตั้งของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูพาน จ.มุกดาหาร นำมาเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความ

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นป่าสงวนก ฎหม ายระบุไว้ว่าห้ามเปลี่ยนมือ แต่ลุงพลให้สัมภาษณ์ว่า ได้ซื้อต่อจากปู่ในราคา 1.5 แสนบาท ซึ่งผิ ดก ฎหม าย เนื่องจากที่ดินลักษณะนี้จะมอบให้ลูกหรือทายาทได้เท่านั้น อีกทั้งที่ดินทุกแปลงในหมู่บ้านกกกอกเป็นป่าสงวน ไม่มีเอกสารสิทธ์แต่อยู่ในระเบียบกรมป่าไม้ที่ให้อยู่อาศัยหรือทำการเกษตรได้ ก่อนปี 2541

แต่ลุงพลเพิ่งเข้าพักอาศัยปี 2557 และก่อสร้างพญานาคปี 2563 ยืนยันไม่ได้แจ้งความมั่ว เพราะเห็นถึงประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก เนื่องจากลุงพลยังอ้างว่ามีต้นตะเคียนไหลมาตามแม่น้ำ ก่อนนำขึ้นมาให้คนกราบไหว้บูชา มีนางรำ ต่อไปอาจจะมีตู้รับบริจาค ถือเป็นการหลอ กประชาชน เพราะตรวจสอบแล้วเป็นไม้มะค่า แต่หลังโดนกรมป่าไม้ยึดไปก็ไม่หยุด ยังนำตอไม้มาอ้างว่าเป็นเจ้าแม่ตะเคียนโสรภี หล อกประชาชนซ้ำแล้วซ้ำอีก

นอกจากนี้ การสร้างพญานาคก็ไม่ได้ขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน หากล้ มทั บคนใครจะรับผิดชอบ ถือเป็นการสร้างความงมงายต่อประชาชน เอาความเชื่อความศรัทธาประชาชนมาแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งนี้กรณีลุงพลจ้างนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม มาว่าความนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเขา เรื่องนี้ไม่มีราคากับตน

ถามว่าหากคนเราไม่ผิดจะไปจ้างทนายล่วงหน้าทำไม เชื่อว่าจ้างในราคาแพงเพราะเป็นทนายระดับซุปเปอร์สตาร์ด้วย สำหรับกรณีทนายตั้มระบุว่าเครื่องจับเท็จมีความคลาดเคลื่อนเยอะ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการใช้เป็นหลักฐานชั้นศๅ ลนั้น ตนมองว่าเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการทำค ดี ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่มีผลทางจิตวิทยาเท่านั้น เชื่อว่าตำรวจมีหลักฐานอื่นอยู่แล้ว

พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า ตำรวจมีข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนอยู่แล้ว และจากหลักฐานที่นำมาแสดงก็สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องสงสัยว่าอาจมีการกระทำผิ ดก ฎหม ายจริง หลังจากนี้ก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาว่าผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายกระทำผิ ดก ฎหม ายหรือไม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ในการสรุปผลดำเนิน หากพบว่าเข้าข่ายกระทำผิดจริง ก็จะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป