หญิงจากสมุทรสาคร ไปเยี่ยมญาติที่สุราษฎร์ ติดยกครัว 7 ราย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา มีผู้เริ่มไม่สบาย ไอ มีเส มหะ เข้ารักษาที่ รพ.กรุงเทพสุราษฎร์ เก็บตัวอย่างส่งตรวจ กระทั่งวันที่ 3 ม.ค. 64 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบติด CV-19 ซึ่งขณะนี้ได้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และทางชุดสอบสวนได้นำตัวญาติทั้งหมดที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านจำนวน 10 คน มาตรวจหาเชื้อที่รพ.สุราษฎร์ธานี พบมีผู้ติดเพิ่มอีกจำนวน 6 คน ทีมแพทย์ได้แยกเข้ารักษาดูอาการในห้องความดันลบ และอีก 4 คน ต้องรอผลสอบสวน

นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ผู้ติดรายนี้จะเข้ามาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่ออะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่ามาจากพื้นที่สีแดง ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเข้ามาทำลายความหวังและความสุขของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ไม่พบผู้ติดนานกว่า 12 วัน แต่ผู้ติดคนนี้กลับนำ CV-19 มาในแพร่ในพื้นที่อีกครั้ง ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและคนจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างที่สุด

นายวิชวุทย์ กล่าวเพิ่มว่า ในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ติดได้มาอยู่กับญาติซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก และตรวจสอบไทม์ไลน์ ที่ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ทางจังหวัดได้มีการจัดตั้งจุดคัดกรองทั่วจังหวัดจำนวน 12 จุด และมีทีมเคลื่อนที่เร็วจำนวน 21 ชุด ในกรณีพบผู้ที่เข้าข่าย ในส่วนของ รพ.สุราษฎร์ธานี มีความพร้อมในการรักษาผู้ติดโดยมีห้องแยกความดันลบจำนวน 20 ห้อง ห้องแยกเดี่ยวจำนวน 16 ห้อง และมีโรงพย าบาลสนาม อีก จำนวน 96 เตียง ในกรณีฉุกเฉิน

สำหรับสรุปยอดผู้ติด CV-19 ในสุราษฎร์ธานีรอบสอง ล่าสุด พบติดรวม 8 คน รักษาตัวที่โรงพย าบาล 7 คน และรอผลตรวจ 4 คน โดยหายไม่พบและให้กลับบ้านแล้ว 1 คน ซึ่งเป็นคนส่งกุ้งสุมทรสาครที่ไม่พบอาการ ตรวจผลสองรอบไม่พบจึงให้กลับบ้าน แต่ขอให้กักตัวเอง โดยมี อสม.เฝ้าติดตามอาการอีก 14 วัน

ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาจาก 8 จังหวัดพื้นที่สีแดงที่ต้องกักตัวยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ จ.สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ระยอง นครปฐม นนทบุรี ชลบุรี สมุทรปราการ และ จันทบุรี โดยต้องกักตัว 14 วัน สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงที่ชุมชน อย่างเคร่งครัด ฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกคนให้ช่วยกันดูแลตัวเองและรับผิดชอบคนรอบข้างด้วยการใส่แมสก์ และล้างมือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และหมั่นล้างมือบ่อยๆเพื่อความปลอดภัย