ผู้เชี่ยวชาญแนะ โครงการ เราชนะ แจกเงิน 7,000 ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้ตรงจุด

จากสถานการณ์การแพร่กระจายและติดต่อที่เกิดในหลายพื้นที่ของไทย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องได้รับผลกระทบจนรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาทุกภาคส่วน ในช่วงบ่ายวันนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. จะมีการหารือร่วมกับ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง เพื่อกำหนดรายละเอียดการลดค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 2 เดือน ตามมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ระลอกใหม่ ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. เมื่อวาน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า จะใช้งบประมาณประมาณ 8,200 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนรวม 23 ล้านคน หรือคิดเป็น 97% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุ โครงการ เราชนะ แจกเงินคนละ 3,500 บาท 2 เดือนเป็นโครงการที่ดี เพราะตอนนี้ประชาชนลดการเดินทาง ก็จะทำให้ยอดการใช้จ่ายโครงการ คนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน ลดลง ประกอบกับการที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีอาชีพอิสระ และผู้อยู่นอกระบบประกันสังคม ถือว่าตรงจุด เพราะกลุ่มนี้ เสี่ยง ตกงานมากที่สุด

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียน เราชนะ กี่สิทธิ แต่หากคิดในฐานเดียวกันกับโครงการ เราไม่ทิ้งกันเมื่อปีก่อน คือ 10 ล้านคน ก็จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 70,000 ล้านบาท ช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจได้ 0.3-0.4%

ขณะที่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยท่ามกลางสถานการณ์ ระลอกใหม่และแนวทางของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งออกมาเมื่อวานนี้ โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยทำให้อัตราการขยายตัวดีขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 2.5% พ้นจากภาวะถดถอย แต่ยังคงเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแนวโน้มในช่วงกลางปีเศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวดีขึ้น หากมีความคืบหน้า เกี่ยวกับวัคซีนเป็นสำคัญ